วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ศูนย์สืบทอดศิลปผ้าจกราชบุรี



จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประกอบด้วยประชากรหลายเผ่าพันธุ์  เชื้อชาตินี้มี  “ชาวไทยวนหรือโยนกเชียงแสน” ที่มีการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองเชียงแสน  อำเภอเชียงแสน  จังหวัดเชียงราย มาตั้งถิ่นฐานอาศัยในจังหวัดราชบุรีตั้งแต่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑)   และเป็นเจ้าของผู้ทอ  “ผ้าจกราชบุรี”  อันมีความประณีตสวยงามและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีรวมอยู่ด้วย   โดยในปัจจุบันชาวไทยวนเหล่านี้มีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยกันค่อนข้างแน่นหนา  และยังคงมีการสืบทอดฝีมือจากทอผ้าจกกันอยู่ที่ตำบลคูบัว ตำบลดอนแร่  ในเขตอำเภอเมืองราชบุรี  และในท้องที่ตำบลรางบัว  ตำบลชัฏใหญ่ ในเขตอำเภอจอมบึง การทอผ้าจกของสตรีชาวไทยวนที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนั้น   มิได้เป็นการทอขึ้นเพื่อการซื้อขาย  หากแต่ว่าทอขึ้นเพื่อการใช้สอยในครัวเรือนเป็นสำคัญ  และการทำนั้นก็จะเป็นไปตามโอกาสและฤดูกาลที่ว่างเว้นจากการทำงานในท้องไร่ท้องนา  ผลงานที่ได้จึงมีความประณีตบรรจงและสวยงามละเอียดอ่อน   เพราะเป็นการทอด้วยความมุ่งมั่นและสอดใส่อารมณ์สุนทรีย์แห่งศิลปะได้อย่างเต็มที่โดยไม่ได้จำกัดด้วยระยะเวลา ตลอดจนเมื่อมีการทอเสร็จก็มีการนำไปมอบให้บุคคลที่ตนรักและนับถือไว้สวมใส่หรือใช้สอย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น   ความเฟื่องฟูของการทอผ้าจกเหล่านี้ก็ได้ลดน้อยลงไปทุกทีเนื่องจากความนิยมในการใช้ผ้าที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสีสันสวยงามและสวมใส่สบายกว่าและการทอผ้าจกแต่ละผืนต้องใช้ระยะเวลานานทำให้สตรีชาวไทยวนพากันหันไปประกอบอาชีพอื่นที่เสียเวลาน้อยกว่าและมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวมากกว่า   ตลอดจนผลการที่สตรีชาวไทยวนรุ่นใหม่มิได้มีการฝึกหัดและปลูกฝังค่านิยมในการทอผ้าจากผู้สูงอายุชาวไทยวนตามแบบอย่างโบราณ





ด้วยความตระหนักในคุณค่าและความต้องการในการที่จะอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะผ้าจกของชาวไทยวนให้คงอยู่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาวไทยวนในจังหวัดราชบุรีสืบไป   สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนวัดแคทราย   นำโดยนายอุดม   สมพร   ผู้ซึ่งเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวไทยวนอพยพโยกย้ายเมืองเชียงแสน   จึงได้มีการจัดตั้ง  “ศูนย์สืบทอดศิลปะผ้าจก   ราชบุรี”   ขึ้นที่บริเวณวัดแคทราย   หมู่ที่ ๑๓   ตำบลคูบัว   อำเภอเมืองราชบุรี   เมื่อปี พ.ศ.  ๒๕๓๐   โดยความร่วมมือสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ   หน่วยงานเอกชนและองค์การการกุศลต่าง  ๆ   ทั้งในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดอื่น ๆ  เพื่อให้เป็นศูนย์วิชาการผ้าจกสำหรับการศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน   นักศึกษา   และประชาชนผู้สนใจทั่วไปและเป็นศูนย์ฝึกหัดทอผ้าจกให้แก่เยาวชนและผู้สนใจ   โดยได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เมื่อวันที่  ๑๔  ตุลาคม   ๒๕๓๔   อันเป็นคราวเดียวกับที่เสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี


พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาแก่นจันทน์ ริมถนนเพชรเกษม นอกจากจะเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อสักการะและรำลึกถึงพระองค์ท่านแล้ว บริเวณโดยรอบยังได้รับการปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย



เขาแก่นจันทน์


เดิมชื่อเขาจันทน์แดง มีความสูงประมาณ ๑๔๑ เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัด มีถนนตัดขึ้นไปถึงยอดเขา บนยอดมีวิหารประดิษฐานพระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระสี่มุมเมือง” เป็นพระ ๑ ใน ๔ องค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น แล้วพระราชทานไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองต่าง ๆ สี่เมืองได้แก่ ราชบุรี ลำปาง สระบุรี และพัทลุง

เปิดตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองราชบุรีได้
การเดินทาง
อยู่ในตัวอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี



วัดเขาวัง




ตั้งอยู่บนเขาสัตตนาถ ซึ่งเป็นภูเขาลูกย่อมๆ สูงประมาณ ๔๔ เมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒ กิโลเมตร มีทางรถยนต์ขึ้นถึงยอดเขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังบนเขานี้เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๖ เช่นเดียวกับที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงรับสั่งให้สร้างนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี แต่พระองค์ได้เคยเสด็จไปประทับเพียงครั้งเดียวเมื่อพ.ศ. ๒๔๒๐ เพื่อออกรับราชทูตโปรตุเกส หลังจากนั้นไม่ได้เสด็จไปประทับอีกเลยจนตลอดรัชกาล ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ อุทิศให้เป็นธรณีสงฆ์ ซึ่งมีผู้มีศรัทธาได้ซ่อมแซมบางส่วนดัดแปลงตำหนักต่างๆ เป็นโบสถ์ กุฎิสงฆ์ และต่อมาได้ยกขึ้นเป็นวัดในที่สุด เขาหลวง อยู่ในเขตตำบลอ่างทอง บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินซึ่งเป็นที่ เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี มักมีผู้มานมัสการองค์พระนับเป็นเวลากว่า ๒๐๐ ปีมาแล้ว
 






เชาน้อย


เขาน้อยเทียมจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่างทอง อยู่เลยเขาหลวงไปตามถนนเพชรเกษม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร พระอุโบสถหลังเก่าสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป 2 องค์ ทำด้วยศิลาแลง ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อเขาน้อย ซึ่งเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ด้านบนมีรอยพระพุทธบาทจำลองและสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองราชบุรีได้


วัดหนองหอย





วัดหนองหอย เป็นวัดที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2416 ตั้งอยู่ในเขต ต.เขาแร้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กม. เป็นที่ตั้งของพระวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม มีความสูง 16 เมตร หน้าตักกว้าง 9 เมตร ประชาชนทัวไปเรียกกันว่า "เขาเจ้าแม่กวนอิม วัดหนองหอย" ซึ่งตั้งบนยอดเขาแร้งและอีกด้านหนึ่งของยอดเขา (เขาพระใหญ่) ประดิษฐานพระพุทธรัตนโกสินทร์มหามุณี (หลวงพ่อใหญ่) เป็นวัดที่มีผู้ศรัทธานิยมมาไหว้พระกันมาก ในปัจจุบันนี้วัดหนองหอยเป็นที่รู้จักของสาธุชนทั่วไป ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เป็นที่ล่ำลือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ไม่ว่าจะขออะไรก็จะได้ดังใจ จะมีผู้คนมาสักการะบูชากันมิขาด โดยเฉพาะในวันเทศกาลหรือวันหยุด
เปิดตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น.
งานประจำปี ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับตรงไปทางจ.ราชบุรี จะลอดใต้สะพานลอยที่จะไป จ.กาญจนบุรี จะผ่านสหกรโคนมหนองโพธิ์ จะพบสะพานลอยข้ามสี่แยกบางแพไปยัง จ.ราชบุรี (ไม่ต้องขึ้นสะพานลอย) ให้ชิดซ้าย จากนั้นจะพบไฟแดง ให้เลี้ยวขวาเพื่อไปยัง อ.โพธาราม ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3080 ขับมาประมาณ 5.4 กม. จะข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง จากนั้นจะพบสามแยก (แยกซ้ายไปทางวัดเขาช่องพราน แยกขวาไปวัดขนอน) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3089 ขับมาประมาณ 23.3 กม. จะพบแยกซ้ายเข้าวัดหนองหอย ขับเข้ามาอีกประมาณ 0.5 กม. จะถึงวัดหนองหอย
รถโดยสารประจำทาง สามารถนั่งรถประจำทางจากตลาดในตัวเมืองหน้าธนาคารออมสิน สายราชบุรี-หนองหอย มาลงที่หน้าวัด มีรถรับจ้างบริการขึ้นถึงบนยอดเขาแร้ง
 



เทือกเขางู



 อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 8 กิโลเมตร ในตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง บริเวณเทือกเขาเป็นที่ตั้งของปูชนียสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดของจังหวัด มีลัษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท ศิลปะแบบทวารวดี จำหลักอยู่บนผนังถ้ำ ที่ระหว่างข้อพระบาททั้งสองข้างมีจารึกด้วยอักษรโบราณ ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศอินเดียตอนใต้ระหว่าง พ.ศ.1100-1200 ในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ทางวัดจะจัดงานสมโภชประจำปี และในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของพระพุทธบาทจำลองทำด้วยศิลาแลงประดิษฐานอยู่บนยอดเขาสูงประมาณ 128 เมตร สร้างสมัยใดไม่ปรากฏ


เจดีย์หัก






                            เจดีย์หัก อยู่ในเขตตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง ยอดเจดีย์องค์นี้หักทลายลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 องค์พระเจดีย์ก่อด้วยอิฐสอด้วยดินผสมยางไม้ ฐานเป็นรูปแปดเหลี่ยมรองรับองค์ระฆังทรงกลมรูปสูงเพรียวคล้ายกับกลุ่มเจดีย์แบบเมืองสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท และในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี รวมทั้งเจดีย์ที่เรียกว่าแบบอโยธยา ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ซึ่งสร้างขึ้นก่อนการตั้งกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 1893
จากการขุดแต่งและบูรณะ ได้พบร่องรอยของวิหารที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก และพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทรายสีแดงจำนวนมาก เป็นพุทธศิลปะแบบที่นิยมสร้างในสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา







เขาหลวง



เขาหลวง อยู่ในเขตตำบลอ่างทอง บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี มักมีผู้มานมัสการองค์พระนับเป็นเวลากว่า 200 ปีมาแล้ว ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองราชบุรีได้