วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง


ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองราชบุรี อยู่ในบริเวณบ้านพักทหารช่างราชบุรี ค่ายภาณุรังษี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 600 เมตร ฝั่งตรงข้ามกับตัวเมืองราชบุรีปัจจุบัน
ลักษณะเด่น เป็นหลักเมืองเก่าที่สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองเดิมที่เคยตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกไปตั้งที่ริมแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันออก เพื่อให้ปลอดภัยจากการรุกราน และป้งอกันข้าศึกได้โดยง่าย
กิจกรรม เปิดให้ประชาชนเข้าไปสักการะทุกวัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ กรมการทหารช่าง โทร. 0-3233-7388, 0-3233-7811

 
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรี



 
ลักษณะเด่น อาคารพิพิธภัณฑ์เคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อน สร้างขึ้นในสมัย รัชกาล ที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2465 และได้รับการบูรณะ เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2431 เป็นสถานที่จัดแสดงแหล่งประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของชาวราชบุรี ตั้งแต่ยุคหินถึงยุคปัจจุบัน ความเป็นมาของการสร้างบ้านแปลงเมืองในแต่ละยุคสมัย รวมถึงการจัดแสดงโบราณวัตถุร่องรอยของอารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองหลากหลายชาติพันธุ์ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับราชบุรี ในทุกด้าน อาทิ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา ธรณีวิทยา ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับสัตว์น้ำ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกลุ่มชนต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี เช่น ลาวโซ่ง กระเหรี่ยงและไทย-ยวน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัด โบราณคดีวัตถุที่โดดเด่น นอกจากพระแสงดาบราชศัสตราประจำมณฑลราชบุรีแล้ว ยังมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีศิลปะขอมแบบบายน เป็น 1 ใน 5 องค์ที่ขุดพบในประเทศไทย ซึ่งมีสภาพสมบูรณ์งดงามที่สุด
เปิดให้บริการเข้าชมทุกวัน (เว้นวันจันทร์-วันอังคาร) เวลาราชการ ตั้งแต่ 09.00-16.00 น.
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม ชาวไทย 10 บาท (เด็กเข้าชมฟรี) ชาวต่างประเทศ 30 บาท
สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ราชบุรี โทร.0-3232-1513 และ 0-3233-8964 โทรสาร. 0-3232-7235
หลวงพ่อแก่นจันทน์

หลวงพ่อแก่นจันทน์ วัดช่องลม อ.เมือง จ.ราชบุรี ข้อมูล หลวงพ่อแก่นจันทน์ เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สร้างด้วยโลหะทองคำสัมฤทธิ์ ส่วนล่างแกะสลักจากไม้จันทน์ซึ่งเป็นไม้เนื้อหอม สูงประมาณ 2.26 เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องลม ชาวราชบุรีเคารพนับถือมาก มีประวัติเล่าสืบทอดกันมาว่า เป็นพระพุทธรูปที่ลอยมาตามลำน้ำแม่กลองตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวราชบุรีได้ร่วมใจกันอธิษฐานนำขึ้นประดิษฐานไว้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล การเดินทาง ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องลม ใกล้บริเวณเมือง

ข้อมูล
หลวงพ่อแก่นจันทน์ เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สร้างด้วยโลหะทองคำสัมฤทธิ์ ส่วนล่างแกะสลักจากไม้จันทน์ซึ่งเป็นไม้เนื้อหอม สูงประมาณ 2.26 เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องลม ชาวราชบุรีเคารพนับถือมาก มีประวัติเล่าสืบทอดกันมาว่า เป็นพระพุทธรูปที่ลอยมาตามลำน้ำแม่กลองตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวราชบุรีได้ร่วมใจกันอธิษฐานนำขึ้นประดิษฐานไว้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล
การเดินทาง
ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องลม ใกล้บริเวณเมืองเก่า ริมถนนวรเดช ใจกลางเมืองราชบุรี

ข้อมูล
หลวงพ่อแก่นจันทน์ เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สร้างด้วยโลหะทองคำสัมฤทธิ์ ส่วนล่างแกะสลักจากไม้จันทน์ซึ่งเป็นไม้เนื้อหอม สูงประมาณ 2.26 เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องลม ชาวราชบุรีเคารพนับถือมาก มีประวัติเล่าสืบทอดกันมาว่า เป็นพระพุทธรูปที่ลอยมาตามลำน้ำแม่กลองตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวราชบุรีได้ร่วมใจกันอธิษฐานนำขึ้นประดิษฐานไว้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล
การเดินทาง
ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องลม ใกล้บริเวณเมืองเก่า ริมถนนวรเดช ใจกลางเมืองราชบุรี
วัดมหาธาตุวรวีหาร


วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดหน้าพระธาตุ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี จากเค้ารอยที่ปรากฏที่องค์พระปรางค์และกำแพงแก้วที่มีพระพุทธรูปประทับในซุ้มเรือนแก้วรอบวัด อันเป็นลักษณะตามแบบศิลปะบายนของขอม ทำให้ทราบว่าภายหลังจากเมืองทวารวดีที่คูบัวเริ่มเสื่อมลง ศูนย์กลางชุมชนได้ย้ายมาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองซึ่งตรงกับช่วงที่ขอมเริ่มขยายอิทธิพลมาถึงราชบุรีและเพชรบุรีพอดี คือ ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ และหลังจากสมัยขอมแล้วจึงได้มีการดัดแปลงสถานที่แห่งนี้มาเป็นวัดในพุทธศาสนา ปัจจุบันองค์พระปรางค์มีความสูง 24 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมบริเวณฐานระเบียงมีทางเดินได้รอบ ที่วิหารคตรอบลานพระปรางค์ มีพระพุทธรูปศิลาสมัยทวารวดี สมัยลพบุรีและสมัยอยุธยาประดิษฐานอยู่โดยรอบ มีบันไดและช่องคูหาเข้าไปถึงองค์พระปรางค์ได้วัดหนองหอย เป็นที่ตั้งของพระวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม ตั้งอยู่บนยอดเขาในเขตตำบลเขาเหลือ ห่างจากตัวจังหวัดราชบุรีประมาณ ๒๒ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนสายเขางู–เบิกไพรประมาณ ๕ กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงบริเวณวิหารได้

เมืองโบราณคูบัว


เมืองโบราณคูบัว ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี ข้อมูล ที่ตั้งเมืองโบราณคูบัว เป็นชุมชนโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ พบหลักฐานประเภทโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สร้างขึ้นในวัฒนธรรมทวารวดีเป็นจำนวนมาก ลักษณะแผนผังของเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน วางตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ขนาดความกว้าง ๘๐๐ เมตร ความยาว ๒,๐๐๐ เมตร บริเวณที่ตั้งเมืองเป็นเนินดินธรรมชาติอยู่บนลานตะพักชายฝั่งทะเล สูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๑-๒ เมตรและสูงประมาณ ๕ เมตรจากระดับน้ำทะเล มีลำน้ำไหลผ่าน ๒ สาย คือ ห้วยคูบัวและห้วยชินสีห์

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ศูนย์สืบทอดศิลปผ้าจกราชบุรี



จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประกอบด้วยประชากรหลายเผ่าพันธุ์  เชื้อชาตินี้มี  “ชาวไทยวนหรือโยนกเชียงแสน” ที่มีการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองเชียงแสน  อำเภอเชียงแสน  จังหวัดเชียงราย มาตั้งถิ่นฐานอาศัยในจังหวัดราชบุรีตั้งแต่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑)   และเป็นเจ้าของผู้ทอ  “ผ้าจกราชบุรี”  อันมีความประณีตสวยงามและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีรวมอยู่ด้วย   โดยในปัจจุบันชาวไทยวนเหล่านี้มีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยกันค่อนข้างแน่นหนา  และยังคงมีการสืบทอดฝีมือจากทอผ้าจกกันอยู่ที่ตำบลคูบัว ตำบลดอนแร่  ในเขตอำเภอเมืองราชบุรี  และในท้องที่ตำบลรางบัว  ตำบลชัฏใหญ่ ในเขตอำเภอจอมบึง การทอผ้าจกของสตรีชาวไทยวนที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนั้น   มิได้เป็นการทอขึ้นเพื่อการซื้อขาย  หากแต่ว่าทอขึ้นเพื่อการใช้สอยในครัวเรือนเป็นสำคัญ  และการทำนั้นก็จะเป็นไปตามโอกาสและฤดูกาลที่ว่างเว้นจากการทำงานในท้องไร่ท้องนา  ผลงานที่ได้จึงมีความประณีตบรรจงและสวยงามละเอียดอ่อน   เพราะเป็นการทอด้วยความมุ่งมั่นและสอดใส่อารมณ์สุนทรีย์แห่งศิลปะได้อย่างเต็มที่โดยไม่ได้จำกัดด้วยระยะเวลา ตลอดจนเมื่อมีการทอเสร็จก็มีการนำไปมอบให้บุคคลที่ตนรักและนับถือไว้สวมใส่หรือใช้สอย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น   ความเฟื่องฟูของการทอผ้าจกเหล่านี้ก็ได้ลดน้อยลงไปทุกทีเนื่องจากความนิยมในการใช้ผ้าที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสีสันสวยงามและสวมใส่สบายกว่าและการทอผ้าจกแต่ละผืนต้องใช้ระยะเวลานานทำให้สตรีชาวไทยวนพากันหันไปประกอบอาชีพอื่นที่เสียเวลาน้อยกว่าและมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวมากกว่า   ตลอดจนผลการที่สตรีชาวไทยวนรุ่นใหม่มิได้มีการฝึกหัดและปลูกฝังค่านิยมในการทอผ้าจากผู้สูงอายุชาวไทยวนตามแบบอย่างโบราณ





ด้วยความตระหนักในคุณค่าและความต้องการในการที่จะอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะผ้าจกของชาวไทยวนให้คงอยู่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาวไทยวนในจังหวัดราชบุรีสืบไป   สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนวัดแคทราย   นำโดยนายอุดม   สมพร   ผู้ซึ่งเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวไทยวนอพยพโยกย้ายเมืองเชียงแสน   จึงได้มีการจัดตั้ง  “ศูนย์สืบทอดศิลปะผ้าจก   ราชบุรี”   ขึ้นที่บริเวณวัดแคทราย   หมู่ที่ ๑๓   ตำบลคูบัว   อำเภอเมืองราชบุรี   เมื่อปี พ.ศ.  ๒๕๓๐   โดยความร่วมมือสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ   หน่วยงานเอกชนและองค์การการกุศลต่าง  ๆ   ทั้งในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดอื่น ๆ  เพื่อให้เป็นศูนย์วิชาการผ้าจกสำหรับการศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน   นักศึกษา   และประชาชนผู้สนใจทั่วไปและเป็นศูนย์ฝึกหัดทอผ้าจกให้แก่เยาวชนและผู้สนใจ   โดยได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เมื่อวันที่  ๑๔  ตุลาคม   ๒๕๓๔   อันเป็นคราวเดียวกับที่เสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี


พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาแก่นจันทน์ ริมถนนเพชรเกษม นอกจากจะเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อสักการะและรำลึกถึงพระองค์ท่านแล้ว บริเวณโดยรอบยังได้รับการปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย